
การลงโทษแก่ผู้ผิด เพราะล่วงสิกขาบทมี ๒ อย่าง คือ :-
ก. ลงมหันตโทษ คือปรับโทษเป็นปาราชิก จะเป็นภิกษุอีกไม่ได้ตลอดชาติ.
ข. ลงอุกเขปนียกรรม คือยกออกเสียจากหมู่ชั่วคราว จนกว่าผู้ผิดจะยอมรับสารภาพ. และอยู่กรรม คือประพฤติวัตรตามกฏที่ท่านกำหนดไว้ ดังมีแจ้งอยู่ในวินัยมุขเล่ม ๓ แล้ว. และลุกะโทษ คือ
แสดงเปิดเผยเสียแก่ภิกษุด้วยกัน.
อาบัติทั้งปวงว่าโดยความเยียวยามี ๒ คือ :-
๑. แก้ไขไม่ได้ เรียกว่า อเตกจฉา.
๒. แก้ไขได้ เรียกว่า สเตกิจฉา.
"อเตกจฉา" คือ อาบัติที่ภิกษุต้องเข้าแล้วแก้ไขไม่ได้นั้น คือปาราชิกาบัติ เพราะว่า ต้องเข้าแล้ว ไม่มีอุบายอันใดอันหนึ่ง จะเยียวยาให้คงเป็นสมณะได้
แม้ถือเพศเป็นคฤหัสถ์แล้วมาบวชอีกก็ไม่เป็นภิกษุ เปรียบเหมือนบุคคลผู้ล่วงกฏหมายของบ้านเมือง ที่ต้องลงโทษหนักถูกประหารชีวิตแล้ว ไม่มีทางจะกลับคืนชีวิตได้อีก.
"สเตกิจฉา" คือ อาบัติที่ต้องเข้าแล้ว ยังพอจะเยียวยาแก้ไขได้นั้น คือกองอาบัติ นอกจากปาราชิกาบัติ.



